ข้อมูลทางกฎหมาย

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  • บริษัท ออร์บิกซ์ คัสโทเดียน จำกัด (“บริษัท”) มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามกฎหมายและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
  • พนักงานต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัทหรือของลูกค้า ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
  • บริษัทจะไม่ดำเนินการใด ๆ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเหนือกว่าผลประโยชน์ของลูกค้าอย่างไม่เป็นธรรม
  • คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินกิจการของบริษัทด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและจะไม่เข้าไป ยุ่งเกี่ยวในเรื่องที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อระมัดระวังผลประโยชน์ของบริษัทโดยรวม โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ เฉพาะเจาะจงของผู้ถือหุ้นกลุ่มใดหรือรายใด โดยจะงดออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมในเรื่องที่มีส่วนได้เสีย หรือเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ตนมีผลประโยชน์ส่วนตัวอยู่ด้วย ในกรณีที่บุคลากรระดับบริหารมีความขัดแย้ง แห่งผลประโยชน์ จะต้องแจ้งต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบ โดยจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาและไม่เข้าร่วมประชุม ในวาระที่ตนมีส่วนได้เสียหรือในประเด็นที่มีหรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และในกรณีที่บุคลากรระดับปฏิบัติงาน มีความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์จะต้องแจ้งกรรมการ ผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงทราบ เพื่อมอบหมายให้บุคลากรท่านอื่น เป็นผู้ปฏิบัติงานแทน
  • บริษัทห้ามมิให้บุคลากรทุกระดับเป็นกรรมการ พนักงาน ที่ปรึกษา รับจ้าง หรือให้บริการในลักษณะใดๆ แก่บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือนิติบุคคลใดๆที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจรูปแบบเดียวกัน และแข่งขันกับบริษัท หรือเป็นคู่ค้า ทางธุรกิจกับทางบริษัท ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในระหว่างที่เป็นพนักงาน และภายหลังจากสิ้นสภาพการ เป็นพนักงานไม่น้อยกว่า 3 เดือน เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

    • ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท สำหรับบุคลากรระดับบริหาร
    • ได้รับอนุมัติจากกรรมการผู้จัดการ สำหรับบุคลากรระดับปฏิบัติงาน

    ทั้งนี้ หากกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทไปดำรงตำแหน่งที่บริษัทอื่น ซึ่งรับผิดชอบดูแลงานที่อาจเข้าข่ายมีผลประโยชน์ ขัดแย้งกับบริษัทหรือกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันความขัดแย้งทาง ผลประโยชน์ที่บริษัทและบริษัทนั้นกำหนด

  • การที่ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัทประกอบด้วยบริษัทจํานวนมากบริษัทจึงมีนโยบาย ในการดำเนินการตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระเบียบและอํานาจดําเนินการของบริษัท โดยการทำธุรกรรมกับบุคคล ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปเพื่อความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า และธุรกรรมดังกล่าวต้องมีข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่ วิญญูชนพึงกระทํากับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน (arm’s length basis)
  • บริษัทมีการใช้บริการบริษัทแม่และบริษัทในเครือ ได้แก่ เงินฝากธนาคารของบริษัท ออร์บิกซ์ คัสโทเดียน จำกัด สัญญาเช่าอาคาร สัญญาเช่าตู้นิรภัย กับธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) บัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล กับ บริษัท  ออร์บิกซ์ เทรด จํากัดบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ กับบริษัท กสิกร อินฟรา จำกัด, บริษัท กสิกร ซอฟต์ จำกัด, บริษัท เคบีทีจี เวียดนาม จำกัด, บริษัท กสิกร เทคโนโลยี กรุ๊ป เซเครเทเรียต จำกัด, บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด และบริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด บริการงานสนับสนุนการประกอบธุรกิจจาก บริษัท ยูนิต้า แคปิทัล จำกัด
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
  • ประกันภัยกลุ่ม กับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
  • บริการฝึกอบรมพนักงาน กับบริษัท โพรเกรส เทรนนิ่ง

    จำกัดการใช้บริการดังกล่าวผ่านกระบวนการอนุมัติที่โปร่งใสโดยกรรมการและผู้บริหารด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต โดยผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัท เสมือนการทำรายการกับบุคคลภายนอก ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่เป็นปกติเหมือนกับการทำธุรกรรมกับบุคคลทั่วไปที่มีความเสี่ยงในระดับเดียวกัน และเป็นไปตามนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดและข้อกำหนดของกฎหมายโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ

  • ในกรณีบริษัทให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเกี่ยวข้องกันในลักษณะที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ร่วมกัน บริษัทมีข้อปฏิบัติเพิ่มเติมที่จะต้องดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ดังนี้

    (1) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นบริษัทในเครือจะต้องไม่มีกรรมการหรือผู้จัดการซ้ำกับของบริษัท

    (2) บริษัทต้องดำรงการมีกรรมการอิสระจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด แต่ไม่น้อยกว่า 2 คน

    (3) กำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบซึ่งมีกรรมการอิสระเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ มีหน้าที่ติดตามหรือตรวจสอบการดำเนินงาน ของบริษัท รวมถึงจัดให้มีการรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทด้วย

    (4) กำหนดให้ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานรายงานการปฏิบัติงานของบริษัทต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำ อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และโดยไม่ชักช้าเมื่อมีเหตุการณ์ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทรัพย์สินลูกค้าที่ฝากไว้

© 2025 orbix CUSTODIAN. All rights reserved